--------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------

 

แนวทางการทำตลาดกับชาว Gen X

ผู้เขียน : สาระดีดี.คอม

 

 

ชาว Gen X (Generation X) ในปัจจุบันคือกลุ่มคนวัยระหว่าง 35-50 ปี   Generation X นั้นเกิดในยุคภายหลังสงครามและเพิ่งพ้นจากการแบ่งแยกทางการเมืองการปกครอง 2 ขั้วใหญ่ของโลก   ไม่ต้องพบกับความลำบากยากแค้นเช่นยุคของกลุ่ม Baby Boomer (Ben B) แต่ความสะดวกสบายต่างๆ ก็ยังคงไม่ได้รับชัดเจนเช่นหนุ่มสาว Gen Y และกลุ่มเด็กวัยรุ่น Gen Z ได้รับ

 

Generation X  อยู่ระหว่างคน 2 ช่วงวัยคือกลุ่ม Baby Boomer (Gen B) ซึ่งเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่  และกลุ่ม Gen Y  ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในช่วงต้นของวัยทำงาน   ส่งผลให้คนวัย Gen X  มีลักษณะเด่นที่มีส่วนผสมระหว่างคน 2 รุ่น

 

ลักษณะประจำรุ่นวัยของ Gen X คือ  รักอิสระ  ชอบความเรียบง่ายและไม่เป็นทางการ  ให้ความสำคัญกับเรื่องงานกับครอบครัวเท่าๆ กัน (Work-life Balance)   มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะทำทุกอย่างและตัดสินใจต่างๆ ได้เพียงลำพังโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร   สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี  มีความคิดเปิดกว้าง มีความตั้งใจและทะเยอทะยานเนื่องจากพวกเขาเติบโตในยุคที่การแข่งขันทางความคิดสูง

 

Gen X เกิดและเติบโตขึ้นในสภาวะสังคมเริ่มคงที่และอยู่ในยุคของการแสวงหาอิสรภาพทางความคิดและการดำเนินชีวิตแนวใหม่ (วงดนตรีเพื่อชีวิต ร็อค ป๊อบ และแนวคิดเสรีนิยม) กลุ่มคนเหล่านี้จึงมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีอิสระทางความคิด มีการศึกษาที่ดีกว่าคนในยุคก่อน

 

ในส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายของชาว Gen X   การพิจารณาซื้อสินค้าของพวเขาจึงต้องผ่านกระบวนการคิด และคัดสรรอย่างละเอียดรอบคอบไม่ใช่เพื่อคนเองคนเดียว แต่พวกเขาคิดไกลไปถึงครอบครัวของตนเองด้วย   Gen X เป็นกลุ่มที่ใช้เงินเป็น หาเป็นของไม่จำเป็นพวกเขาจะไม่ซื้อ แต่หากเป็นสิ่งจำเป็น ถึงจะแพงแค่ไหน พวกเขาก็สามารถจ่ายได้โดยไม่ลังเล

 

Gen X มักไม่ซื้อสินค้าโดยใช้อารมณ์ การตัดสินใจซื้อสินค้าของ Gen X จะพิจารณาจากความจำเป็นในการใช้งานเป็นหลัก รองลงมาคือคุณภาพการใช้งาน และรูปลักษณ์

 

กล่าวโดยรวม Gen X เป็นเจนเนเรชั่นที่มีศักยภาพสูงที่ผลักดันเศรษฐกิจและประเทศชาติให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง  โดยทางเศรษฐกิจ Gen X เป็นกลุ่มที่มีอำนาจในการซื้อสูงและมีเครดิตทางการเงินที่ดี ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินมากที่สุดในทุก Generation    พวกเขาจึงเป็นกลุ่มที่ผู้ขายสินค้าตั้งเป้าหมายไว้ในอันดับต้นๆ ในการทำการตลาดสินค้า   เนื่องจากมีการงานและการเงินที่มั่นคงระดับหนึ่งการตัดสินใจซื้อสินค้าก็สามารถทำได้ง่าย อีกทั้งเครดิตทางการเงินของวัย Gen X ก็อยู่ในระดับที่ดีที่สุดในทุกวัย  Gen X จึงถือเป็นวัยที่มีศักยภาพทางการเงินสูงที่สุดในทุกรุ่นวัยเลยทีเดียว

 

การทำตลาดกับคนวัยนี้จึงควรมุ่งเน้นที่คุณภาพ การใช้งาน  ราคาสินค้า รวมไปถึงความสวยงามไปพร้อมๆ กัน  เพราะคนกลุ่มนี้ต้องการความสมบูรณ์แบบในราคาที่ยอมรับได้

 

........................

 

 
ทุนการศึกษา United World Colleges (UWC)

ทุนการศึกษา United World Colleges (UWC)

องค์การสหสากลวิทยาลัย United World Colleges (UWC) ประสงค์จะมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยเพื่อเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตร International Baccalaureate เป็นเวลา 2 ปี ณ วิทยาลัยในเครือขององค์การฯ จำนวน 10 ทุน

 

ประเทศที่ให้ทุน

  • สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • อิตาลี
  • อาร์มีเนีย
  • สาธารณรัฐคอสตาริกา
  • เขตบรหิารพเิศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • นอร์เวย์
  • สิงคโปร์
  • สหราชอาณาจักร

การรับสมัคร

  • รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึง 20 มกราคม 2559

 

>>>>>>>>>>  อ่านข้อมูลเพิ่่มเติม

 
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL
เทคนิคเบื้องต้นเพื่อเพิ่มคะแนน TOEFL

เรียบเรียงโดย : สาระดีดี.คอม

 

          การทำคะแนนสอบ TOEFL ให้อยู่ในระดับสูงสามารถทำได้โดยผู้เตรียมสอบต้องเริ่มเตรียมพร้อมโดยการวางแผนการเตรียมสอบที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งจะช่วยให้ผู้สอบทำคะแนนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบ  มีเคล็ดลับ 4 ข้อสำหรับเพิ่มคะแนนสอบ TOEFL ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อผู้เตรียมสอบ  ดังนี้

           1.  เลือกเครื่องมือเตรียมสอบที่ดีและเหมาะสม

          หากผู้เตรียมตัวสอบไม่คุ้นเคยกับการสอบ TOEFL  มาก่อน   สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นคือการสร้างความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ ตัวข้อสอบและโครงสร้างข้อสอบ   วิธีที่ดีที่สุดและเป็นวิธีง่ายๆ คือการทำแบบฝึกหัด    โดยในขั้นต้นผู้เตรียมตัวอสบควรตั้งใจอย่างเต็มที่ในการคัดหาหนังสือดีๆ สักเล่ม หรือเครื่องมือแนะนำการสอบ TOEFL ที่เหมาะสม   โดยสามารถเลือกเป็นหนังสือแนะนำ  ซีดี  เทป หรือไฟล์เสียง    บางครั้งผู้เตรียมตัวสอบอาจลังเลใจจากการโฆษณาต่างๆ หรือหน้าปกที่สวยงามของคู่มือ   ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลหนังสือที่มีชื่อเสียงและเล่มที่มีผู้แนะนำให้ผู้ที่เตรียมตัวสอบอ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นของการสอบ    ต่อมาให้ใช้เวลาทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้เตรียมสอบจดจำข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น   ตัวอย่าง หากคุณรู้สึกไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถโดยสารหรือรถไฟฟ้า  ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้เทป ซีดี หรือไฟล์เสียงที่สามารถฟังในขณะกำลังเดินทางเพื่อให้สามารถจดจำเทคนิคการทำข้อสอบได้ดียิ่งขึ้น

          2.  การตัดสินใจสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ

          การสมัครเรียนเพื่อเตรียมสอบ TOEFL เป็นการเตรียมตัวสอบที่จะได้ผลดีกว่าอ่านหนังสือคู่มือ การอ่านเทคนิคต่างๆ  การทำแบบฝึกหัด และเรียนรู้จากเครื่องมือต่างๆ ด้วยตนเอง   สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากการลงเรียนในหลักสูตรเตรียมตัวสอบ TOEFL   คือ ประสิทธิภาพของการเรียนการสอน ความรู้ และโอกาสที่จะได้คะแนนสอบที่สูงขึ้น   เนื่องจากผู้เรียนจะมีโอกาสได้สอบถามข้อสงสัยหรือตั้งคำถามในเรื่องที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นกับผู้สอน    อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงมือสมัครเรียนกับสถาบันกวดวิชา  ให้ผู้เรียนตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้สอนมีความรอบรู้เกี่ยวกับการสอบ TOEFL เป็นอย่างดี  และผู้สอนสามารถอธิบายและสอนสิ่งที่ยากๆ ให้คุณสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น    คุณอาจขอสถาบันที่สนใจเข้าชมการเรียนการสอนก่อนที่จะตัดสินใจสมัครเรียนจริง

          3.  เรียนรู้เทคนิคเพื่อลดเวลาการทำข้อสอบ

          ในการสอบ TOEFL ผู้สอบจะได้พบกับคำถามที่มีตัวเลือกคล้ายกันบ่อยๆ อาทิ

          A) to destroy
          B) destroying
          C) destroyed
          D) was destroyed

          เมื่อผู้สอบพบกับคำถามลักษณะนี้  ให้จำไว้ว่า 90% ของคำถามจากตัวเลือกข้างต้นคำตอบน่าจะเป็นข้อ B หรือ ข้อ C    ทั้งนี้โดยทั่วไปข้อสอบ TOEFL จะมีลักษณะของแบบทดสอบวัดactive voice (-ing form) และ passive voice (-ed form)  เมื่อคุณพบคำตอบที่มีทั้ง -ed และ -ing อยู่ในคำถามข้อเดียวกันในตัวเลือก   คำถามข้อนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลือกจะอยู่ 1 ในสองตัวเลือกดังกล่าว  ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเทคนิคที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อได้ลงเรียนหลักสูตรเตรียมสอบ TOEFL หรือจากการทำแบบทดสอบอย่างเข้มข้น

          4.  ถามตัวเองว่าการเรียบเรียงประโยคสอดคล้องดีไหม

          ผู้เตรียมตัวสอบ TOEFL  ส่วนใหญ่มีความสามารถในการคิดประโยคคำพูดเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างถูกต้องยกเว้นตอนต้องออกเสียง   ในทางเดียวกัน  นั่นหมายความว่าเราจะสามารถสนทนาในใจได้ดีหากเราสามารถออกเสียงได้ถูกต้อง   และความคิดภายในใจจะสะท้อนออกมาเป็นเสียงจริงได้หากไม่ยึดติดหลักของไวยกรณ์ (grammar rules)   หรืออีกนัยหนึ่งคือเราสามารถพูดประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้องได้ง่ายๆ ด้วยการคิดและพูดออกมาดังๆ   ดังนั้นการฝึกอ่านอ่านออกเสียงจึงเป็นการฝึกฝนให้ผู้เตรียมสอบได้คุ้นเคยกับรูปประโยคได้ค่อนข้างดีวิธีหนึ่ง

          ความจริงในเรื่องนี้จะทำให้คุณสามารถจัดการกับความสับสนเมื่อเจอกับข้อสอบ TOEFL    ในการทำข้อสอบที่ต้องพิจารณาใช้คำในตัวเลือกเข้าแทนที่คำภายในประโยคให้ลองอ่านดูว่าเมื่อเติมคำลงไปแล้วประโยคเหมาะสมดีหรือไม่   หากลองอ่านออกเสียงแล้วเสียงที่อ่านทั้งประโยคไม่ติดขัด ก็มีความเป็นไปได้ว่าคำตอบดังกล่าวเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ถูกต้อง   

          เทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ สามารถช่วยให้คุณเพิ่มคะแนน TOEFL ได้ไม่มากกน้อย   ขอให้จำไว้ว่าการหมั่นฝึกฝน  ทบทวน และทำแบบทดสอบสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคะแนนสอบให้สูงขึ้นได้

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้718
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1594
mod_vvisit_counterเดือนนี้27304
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด4241308

Who's Online

เรามี 95 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ความคิดเห็น

ท่านใช้งานส่วนใดของสาระดีดี.คอม มากที่สุด