--------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------

 

ความเชื่อเรื่องโชคชะตาและการทำนายดวงชะตาของคนไทย 

 

บทความโดย : สาระดีดี.คอม/ WWW.SARA-DD.COM

 

  

          จากผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ (2550  อ้างถึงใน ข่าวสด, 2550) ในเรื่องหมอดูกับอนาคตประเทศไทยในสายตาประชาชน ศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวนทั้งสิ้น 1,456 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2550 พบว่า ร้อยละ 53.8 เคยหาหมอดู อ่านคำทำนาย หรือตรวจดวงชะตาของตนเองในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 46.2 ไม่เคย

 

          ผลสำรวจพบด้วยว่า เรื่องที่ประชาชนได้ตรวจดวงชะตาใน 5 อันดับแรกคือ ร้อยละ 73.3 ดูเรื่องการเงิน ร้อยละ 68.3 ดูเรื่องการงาน ร้อยละ 58.0 ดูเรื่องความรัก ร้อยละ 48.3 ดูเรื่องครอบครัว และร้อยละ 43.9 ดูเรื่องสุขภาพ ซึ่งผลของการตรวจดวงชะตาโดยภาพรวมพบว่า ส่วนใหญ่ได้รับผลการทำนายในทิศทางที่ดีเหมือนเดิม แต่มีเพียงร้อยละ 15 ถึงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ได้รับผลการทำนายดวงชะตาที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผลการทำนายเรื่องการเงินและฤกษ์ยามที่เป็นมงคล พบว่ากว่า 1 ใน 3 ได้รับผลการทำนายในลักษณะที่แย่ลง ประชาชนที่ถูกสอบถามส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.1 ระบุว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งต่อผลการทำนาย ในขณะที่ร้อยละ 15.7 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 7.0 เชื่อ และร้อยละ 10.1 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 2.1 ไม่เชื่อเลย

 

         ในกลุ่มประชาชนที่เอแบคโพลล์ศึกษาเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงไม่ปฏิเสธผลการทำนายของหมอดูเสียทั้งหมด อาจเป็นเพราะคำกล่าวที่ว่าถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ยังคงมีอิทธิพลในความรู้สึกนึกคิดของคนเหล่านี้อยู่มาก ที่น่าสนใจคือ ประชาชนที่ถูกศึกษาครั้งนี้ยังได้ติดตามคำทำนายของหมอดูเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาด้วย ซึ่งพบว่า ร้อยละ 29.8 เคยติดตาม ขณะที่ร้อยละ 70.2 ไม่เคยติดตาม ซึ่งในกลุ่มที่เคยติดตามส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 รับทราบทิศทางผลการทำนายของหมอดูเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไปในทิศทางที่แย่เหมือนเดิมถึงแย่ลง

 

          ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลล์ (2546) ระบุว่ามีคนถึงร้อยละ 86.66 ที่เห็นว่าหมอดูมีอิทธิพลต่อสังคมไทย โดยเห็นว่าสังคมไทยผูกพันกับเรื่องของโหราศาสตร์ หมอดูเป็นที่พึ่งทางใจได้ทางหนึ่ง และคนไทยเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ

 

          ผลวิจัยข้างต้นชี้ให้เห็นว่า การทำนายทายทักของบรรดาหมอดูยังคงมีอิทธิพลและบทบาทสำคัญต่อความรู้สึกนึกคิดและการประพฤติปฏิบัติของประชาชนค่อนข้างมาก ซึ่งคนไทยที่เชื่อถืออาจใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการทำนายเป็นเพียงข้อมูลประกอบส่วนหนึ่งใช้ในการตัดสินใจร่วมกับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ และดำเนินชีวิตบนความไม่ประมาท

 

           ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2549) ดำเนิน การสำรวจ “คนกรุงเทพฯกับการใช้บริการหมอดู”  จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการหมอดูพบว่า ลักษณะการพึ่งพาธุรกิจหมอดู แยกออกเป็นกลุ่มที่ดูหมอเป็นประจำร้อยละ 23.0 กลุ่มที่ดูหมอทุกครั้งที่มีโอกาสร้อยละ 33.1 และกลุ่มที่ดูหมอเฉพาะเวลาที่มีปัญหาร้อยละ 38.4 และที่เหลืออีกร้อยละ 5.6 นั้นจะพึ่งบริการหมอดูตามความสะดวก อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการดูหมอของคนกรุงเทพฯ ที่ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยทำการสำรวจในปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างหันมาสนใจพึ่งพาธุรกิจหมอดูเป็นประจำมากขึ้น

 

          ปัญหายอดนิยม 3 อันดับแรกที่นำไปปรึกษาหมอดู คือ ปัญหาในเรื่องการงาน ปัญหาเรื่องการเงิน และปัญหาความรัก ซึ่งแตกต่างจากผลการสำรวจในครั้งที่ผ่านมา กล่าวคือคนกรุงเทพฯเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาในเรื่องการงานมากขึ้นอย่างชัดเจน

 

          ผลการสืบค้นผลกระทบของความเชื่อและพฤตติกรรมของการดูดวงผ่านโทรศัพท์ต่อสังคมไทย   พบว่าผลกระทบของความเชื่อและพฤตติกรรมของการดูดวงผ่านโทรศัพท์มีดังต่อไปนี้

 

          1.  ความสะดวกของการให้บริการดูดวงผ่านทางโทรศัพท์ลดปัญหาการด้านระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางลง  และค่าใช้จ่ายต่อครั้งมีรายคาถูกกว่าการปรึกษากับหมอดูแบบตัวต่อตัว   ส่งผลให้มีความถี่ของการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น   ซึ่งถึงแม้ราคาของการใช้บริการต่อครั้งจะมีราคาไม่แพงนักแต่เมื่อรวมการใช้บริการหลายๆ ครั้งอาจมีราคาสูงกว่าการพบหมูดูแบบนานๆ ครั้งในอดีต    นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีระบบ SMS  ในการให้บริการแบบรายวันเพิ่มเข้ามาในการให้บริการรายงานผลแบบวันต่อวันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

          2. การตลาดของกลุ่มผู้ให้บริการดูดวงได้มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา  วัยรุ่นเริ่มใช้บริการผ่านระบุ 1900 ในหลายบริการเพิ่มขึ้น  ทั้งการตอบคำถามชิงรางวัล    การหาเพื่อนทางโทรศัพท์  และการทำนายดวงชะตา เป็นต้น   ซึ่งนับเป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจเพราะกลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมเลียนแบบกันและมีแนวโน้มเชื่อการโฆษณาชวนเชื่อ  หากใช้บริการโดยขาดวิจารณญาณอาจเป็นการสิ้นเปลืองทรัพย์สินและถูกหลอกลวงให้ใช้จ่ายมากเกินจำเป็น

 

          3.  ความสะดวกในการใช้บริการดูดวงทางโทรศัพท์หากผู้ใช้บริการเป็นผู้ขาดความรู้และความชั่งใจในการใช้บริการอาจส่งผลกลายเป็นการมอมเมา  ผู้ใช้บริการอาจขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตและไม่สามารถกระทำการเรื่องต่างด้วยตัวเองได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้บริการดูดวงตลอดเวลา  กลายเป็นการบั่นทอนรายได้ สูญเสียเงินตราโดยใช่เหตุ  

 

  

 

เอกสารอ้างอิง 

ข่าวสด . 2550.  โพลแฉคนไทยชอบดูดวงเรื่องการเงิน. 17 ก.ย. 50.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้
          http://library.icamtalk.com/Dbstatistic/show.php3?Category=&No=162

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย.  2549.   ธุรกิจหมอดูปี 49 : คนกรุงเทพฯ จ่ายเงินดูหมอ 2,400 ล้านบาท.
          กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 1889.

สวนดุสิตโพลล์.  2546.   ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี หมอดูกับรัฐบาล. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก       
          http://dusitpoll.dusit.ac.th/2546/2546_533.html 

 

DOWNLOAD บทความ ไฟล์ PDF

 

................................

 

 

จำนวนผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้410
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1613
mod_vvisit_counterเดือนนี้2023
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด5551641

Who's Online

เรามี 56 บุคคลทั่วไป ออนไลน์